การจัดการองค์ความรู้ Knowledge Management

 

wordle3

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

13072937_10205733163400287_1310692779_o

 

 

การประชุมคณะกรรมการการจัดการความรู้ (KM) คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์

ประจำปีการศึกษา 2559

 

วันศุกร์ที่ 2 มิถุนายน 2560 เวลา 11.00-11.30 น.

ณ. ห้องประชุม อาคาร 1 คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์

** ภาพ**

คณะกรรมการได้กำหนดหัวข้อการจัดการความรู้ให้สอดคล้องกับประเด็นยุทธศาสตร์เป้าหมายของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคงธัญบุรี เพื่อจัดทำแบบสรุปการจัดการความรู้ (RT-KM1) องค์ความรู้ที่ต้องการการจัดการโดยสอดคล้องกับประเด็นยุทธศาสตร์เป้าหมายที่ 1 (Hands on) และยุทธศาสตร์เป้าหมายที่ 2 (Research & Innovations)

 

 

สรุปการประชุมการจัดการความรู้ (KM) ประจำปีการศึกษา 2559 (ครั้งที่ 1)

วันพฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน 2560 เวลา 12.30 – 13.30 น.

ณ. อาคาร 2 ชั้น 2 คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์

IMG20170608125038 IMG20170608130054

คณะกรรมการด้านการผลิตบัฒฑิตทำการสรุปหัวข้อในการจัดการความรู้ครั้งสุดท้ายเพื่อสรุปแบบฟอร์ม (KM1) คณะกรรมการลงมติเลือกหัวข้อเทคนิคการสอนและได้ทำการสรุปเทคนิคการจัดการเรียนการสอนโดยแยกออกเป็นสาขาดังนี้

สาขาอาหารและโภชนาการ

  • ใช้เอกสารประกอบการเรียนการสอน

โศภน  รัตนะ (2556, หน้า 11) กล่าวว่าเอกสารประกอบการสอน หมายถึง สื่อนวัตกรรมประเภทเอกสารสิ่งพิมพ์ที่จัดทำขึ้นเพื่อใช้ประกอบการสอนของครูหรือประกอบการเรียนของนักเรียนที่ใช้ประกอบการจัดกาเรียนรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งตามหลักสูตร เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนเรียนด้วยตนเอง ใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูและนักเรียนให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

 

ประภาพรรณ  เส็งวงศ์ (2550, หน้า 42) กล่าวว่าเอกสารประกอบการเรียนหมายถึง เอกสารที่บอกวิธีการแก้ปัญหาการจัดการเรียนการสอนเฉพาะเรื่องหรือจุดประสงค์การเรียนรู้ตามกลุ่มสาระการเรียนรู้เพื่อให้ครูหรือผู้เรียนใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งตามหลักสูตรซึ่งจะต้องมีหัวข้อและเนื้อหาครอบคลุมและครบถ้วนตามรายละเอียดของกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรไม่น้อยกว่า 1 หน่วยการเรียน/รายวิชา

  • แจกหนังสือเพื่ออ่านประกอบการเรียนรู้
  • สร้างกิจกรรมโดยใช้ใบงาน เพื่อให้นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการเรียน
  • ใช้วัตถุดิบจริงในการเรียนการสอน
  • ใช้วัสดุจำลองในการฝึกก่อนลงภาคปฎิบัติงานจริง
  • เทคนิคพี่สอนน้อง เพื่อนสอนเพื่อน
  • สร้างบรรยกาศที่ดีในการเรียนการสอน

การจัดบรรยากาศในชั้นเรียนหมายถึงการจัดสภาพแวดล้อมในชั้นเรียนให้เอื้ออำนวยต่อการเรียนการสอน เพื่อช่วยส่งเสริมให้กระบวนการเรียนการสอนดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยสร้างความสนใจใฝ่รู้ ใฝ่ศึกษา ตลอดจนช่วยสร้างเสริมความมีระเบียบวินัยให้แก่ผู้เรียน

  • นักศึกษาหาหัวข้อที่อยากเรียนจาก Internet
  • ใช้เทคนิค Flipped Classroom เพื่อเรียนรู้จากนอกห้องเรียน

หลักการของ Flipped Classroom ใช้เทคโนโลยีทางการศึกษา บวกกับการจัดกิจกรรมในห้องเรียน เนื่องจากเวลาในห้องเรียนมีจำกัด การที่จะให้นักเรียนเข้าใจในหลักการความรู้บางอย่างอาจมีเวลาไม่พอ ดังนั้นการศึกษาความรู้จากการสอนผ่านวีดีโอที่ครูได้บันทึกไว้แล้ว รวมทั้งการอ่านหนังสือเพิ่มเติม ปรึกษาเพื่อนหรือครูออนไลน์ สามารถทำได้ล่วงหน้านอกห้องเรียน ส่วนเวลาในห้องเรียน ครูก็สร้างสภาวะแวดล้อมให้เหมาะกับการจัดกิจกรรมที่ออบแบบไว้ เพื่อให้เด็กได้ลงมือปฎิบัติ ครูก็เดินสำรวจไปรอบๆ ห้อง คอยให้คำแนะนำหลักการที่เข้าใจยาก หรือปัญหาที่เด็กพบ วิธีนี้จะทำให้เด็กเข้าใจความรู้ และเชื่อมโยงในหลักการ มากยิ่งขึ้น

 

 

 

 

สาขาสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม

  • ฝึกนักศึกษาจากการวาดเส้น ลงสี
  • ฝึกนักศึกษาให้ค้นคว้าหาข้อมูลจาก Internet
  • ฝึกให้นักศึกษาได้ปฎิบัติงานจริง เช่นการจัดงาน Fashion Show
  • ใช้เทคนิคการลงคะแนนเสียงในการเลือกหัวข้อโครงงาน
  • ใช้เทคนิค Active Learning ในการเรียนการสอนเพื่อกระตุ้นความสนใจ

Active Learning คือกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนได้ลงมือกระทำและได้ใช้กระบวนการคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เขาได้กระทำลงไป (Bonwell, 1991) เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภายใต้สมมติฐานพื้นฐาน 2 ประการคือ 1) การเรียนรู้เป็นความพยายามโดยธรรมชาติของมนุษย์, และ 2) แต่ละบุคคลมีแนวทางในการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน (Meyers and Jones, 1993) โดยผู้เรียนจะถูกเปลี่ยนบทบาทจากผู้รับความรู้ (receive) ไปสู่การมีส่วนร่วมในการสร้างความรู้ (co-creators) ( Fedler and Brent, 1996)

  • ใช้ IT (Information Technology) เพื่อความสะดวกในการเรียนการสอน

 

สาขาคหกรรมศาสตร์ (ประดิษฐ์/ปฐมวัย)

  • ใช้วิธีเก็บคะแนนวัดความรู้และความรับผิดชอบ (short-test)
  • ใช้ข้อตกลงในการลงชื่อเข้าเรียน เพื่อวัดความตั้งใจและความรับผิดชอบของนักศึกษา
  • ใช้ข้อตกลงในการใช้เครื่องมือสื่อสารระหว่างเรียน
  • ใช้ Email ในการส่งเอกสารประกอบการเรียนการสอนให้นักศึกษา
  • ใช้แบบฝึกหัดเพื่อให้นักศึกษาทบทวนความรู้นอกห้องเรียน และเพื่อการเก็บคะแนน

 

 

 

 

สรุปการประชุมการจัดการความรู้ (KM) ประจำปีการศึกษา 2559 (ครั้งที่ 2)

วันจันทร์ที่ 3 กรกฎาคม 2560 เวลา  11.30-13.00 น.

ณ. ห้อง 2202 อาคาร 2 ชั้น 2 คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์

 

 

 

112

113

 

 

 

คณะกรรมการผู้รับผิดชอบด้านการผลิตบัณฑิตประชุมทำ KM เรื่องการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์

ได้ทำการทบทวนแบบฟอร์ม KM2 ของการประชุมครั้งที่ 1 เพื่อทำการสรุปผลการดำเนินงานการจัดการความรู้ในแบบฟอร์ม KM3

ผลการประชุมได้ข้อสรุปที่แน่ชัดในการได้เทคนิคการจัดการเรียนการสอนของผู้ทรงคุณวุติจากทั้ง 3 สาขาวิชาของคณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์

ซึ่งเทคนิคการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบต่างๆ ได้ถูกนำเสนอให้กับกลุ่มเป้าหมายคือ อาจารย์บรรจุใหม่ อายุงานไม่เกิน 5 ปี ทั้ง 3 สาขาวิชา กลุ่มเป้าหมายได้ข้อสรุปแนวคิด มุมมองของการจัดการเรียนการสอนแบบ Active learning ในทิศทางเดียวกัน ดังนี้

  • การจัดการเรียนการสอนแบบ Active learning ซึ่งเป็นกระบวนการในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ผู้เรียนต้องได้มีโอกาสลงมือกระทำมากกว่าการฟังเพียงอย่างเดียว ต้องจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้การเรียนรู้โดยการอ่าน, การเขียน, การโต้ตอบ, และการวิเคราะห์ปัญหา อีกทั้งให้ผู้เรียนได้ใช้กระบวนการคิดขั้นสูง ได้แก่ การวิเคราะห์, การสังเคราะห์, และการประเมินค่า

ในการประชุมครั้งที่สองกลุ่มเป้าหมายยังได้รับข้อเสนอแนะจากอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิในด้านการพัฒนารูปแบบกิจกรรมเพื่อช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของนักศึกษาโดยการใช้ “บัตรคำ”ซึ่งเป็นวิธีการที่จะทำให้นักศึกษาได้สัมผัส หยิบ จับ เนื้อหาสาระจริง

มากกว่าแค่การฟัง หรือท่อจำจากเอกสาร และยังได้มีการโต้ตอบ การคิดวิเคราะห์ ซึ่งจะส่งผลเชิงบวกอย่างมากต่อการเรียนรู้แบบ Active

 

 

 

 

สรุปการประชุมการจัดการความรู้ (KM) ประจำปีการศึกษา 2558 (ครั้งที่ 1)

เพื่อประชุมคณะกรรมการจัดการความรู้คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์

วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม 2559 เวลา 11.00-11.30 น.

page

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คณะกรรมการได้กำหนดหัวข้อการจัดการความรู้ให้สอดคล้องกับประเด็นยุทธศาสตร์เป้าหมายของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคงธัญบุรี เพื่อจัดทำแบบสรุปการจัดการความรู้ (RT-KM1) องค์ความรู้ที่ต้องการการจัดการโดยสอดคล้องกับประเด็นยุทธศาสตร์เป้าหมายที่ 1 (Hands on) และยุทธศาสตร์เป้าหมายที่ 2 (Research & Innovations) ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีแบ่งออกเป็นสองด้านดังนี้

 

องค์ความรู้ที่ต้องการ
1.       ด้านการผลิตบัณฑิต 2.       ด้านการวิจัย
–          การพัฒนาแบบทวนสอบผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษาตามมาตรฐานผลการเรียนรู้ –          เทคนิคการเขียนคำขอจดอนุสิทธิบัตร

 

 

 

สรุปการประชุมการจัดการความรู้ (KM) ประจำปีการศึกษา 2558 (ครั้งที่ 2)

วันอังคารที่ 29 มีนาคม 2559 เวลา 11.00 – 13.30 น.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คณะกรรมการผู้รับผิดชอบด้านการผลิตบัณฑิตประชุมทำ KM เรื่องการทวนสอบผลสัมฤทธิ์ฯของนักศึกษาตามมาตรฐานผลการเรียนรุ้ โดย อาจารย์แต่ละท่านเตรียมศึกษาการทวนสอบจากเล่มหลักสูตรของอาจารย์มาล่วงหน้าเพื่อกำหนดหัวข้อการทวนสอบให้ครอบคลุมตามที่หลักสูตรกำหนด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สรุปการประชุมการจัดการความรู้ (KM) ประจำปีการศึกษา 2558 (ครั้งที่ 3)

วันอังคารที่ 29 มีนาคม 2559 เวลา  11.00-13.00 น.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คณะกรรมประชุมแลกเปลี่ยนแนวทางปฎิบัติในการทวนสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาเพื่อปรับปรุงแนวทางปฎิบัติโดยแยกออกเป็นแต่ละสาขาวิชาดังนี้

1. สาขาอาหาร

 

2 สาขาสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม

 

3. สาขาคหกรรมศาศตร์

 

จัดตั้งกรรมการจำนวน 5 คนในหลักสูตรเป็นผู้ทวนสอบ นศ. ในรายวิชาที่มีข้อสังเกต โดยใช้หลักการสัมภาษณ์ หลังจากได้ข้อมูลกรรมการทวนสอบเป็นผู้กรอกข้อมูลลงในใบประเมิน

 

คัดเลือกจากรายวิชาที่ค่าคะแนนประเมินอาจารย์และการให้เกรดผิดปกติ ตรวจสอบรายวิชาที่คัดเลือกว่าครบถ้วนทุกกลุ่มรายวิชาหรือไม่ หากไม่ครบทุกกลุ่มรายวิชาจะคัดเลือกรายวิชาเพิ่มเติม จากนั้นทำการคัดเลือก นศ. จำนวน 25 เปอเซนต์ในรายวิชา โดยใช้หลักการสัมภาษณ์และให้ นศ. เป็นผู้กรอกใบประเมิน

 

3.1 หลักสูตรประดิษฐ์

คัดเลือกจากรายวิชาที่ค่าคะแนนผิดปกติโดยมีกรรมการหลักสูตรอย่างน้อย 3 คนที่ไม่ใช่อาจารย์ผู้สอนในรายวิชานั้นๆ  และทำการคัดเลือก นศ. จำนวน 25 เปอเซนต์ในรายวิชา โดยใช้หลักการสัมภาษณ์และให้ นศ. เป็นผู้กรอกใบประเมิน

 

3.2 หลักสูตรปฐมวัย

คัดเลือกจากรายวิชาที่ค่าคะแนนประเมินอาจารย์ผิดปกติ หากไม่พบความผิดปกติให้เลือกจากวิชาที่มีค่าคะแนนผิดปกติ  และจัดตั้งกรรมการทวนสอบ 3 คนทำการคัดเลือก นศ. จำนวนรายวิชาละ 25 เปอเซนต์

โดยใช้หลักการสัมภาษณ์และให้ นศ. เป็นผู้กรอกใบประเมิน